องค์การอนามัยโลกเตือน "ภาวะฉุกเฉินระดับนานาชาติ" ไข้หวัดเม็กซิโก ทำให้ทั่วโลกหามาตรการรับมือรวมทั้งประเทศไทยด้วย

หากตรวจสอบ ระดับความรุนแรงของ เชื้อไวรัสสายพันธุ์นี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัส ยัน เชื้อไวรัสสายพันธุ์เม็กซิโก เป็นไวรัสกลายพันธุ์ "สายพันธุ์ลูกผสม หมู นก และคน" พบได้ในคน ไม่มีในหมู  

น.พ. ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า เชื้อไวรัสชนิดนี้เป็นเชื้อที่พบในคน แยกเชื้อได้จากคน ไม่เคยแยกได้จากหมู แต่เมื่อดูรหัสพันธุกรรม พบว่ามีลักษณะพันธุกรรมคล้ายกับเชื้อไวรัสที่มาจากหมูในอดีต จึงเรียกว่า "ไข้หวัดหมู" ซึ่งไม่ถูกต้อง

เนื่องจากรหัสพันธุกรรมไข้หวัดใหญ่มีรายละเอียดมาก จึงมีการแลกเปลี่ยนสายพันธุ์กัน ซึ่งไข้หวัดสายพันธุ์ที่พบเพิ่มนี้ เป็นสายพันธุ์ลูกผสม ที่มีชิ้นส่วนพันธุกรรมจากเชื้อไข้หวัดในหมู นก และคน ซึ่งยังคงตัว N และ H อยู่ เมื่อนำตัว H มาเปรียบเทียบกับไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ที่ป่วยตามฤดูกาลจะมีรหัสพันธุกรรมที่เหมือนกันเพียงแค่ 75% เท่านั้น ดังนั้น จึงเป็นคนละสายพันธุ์กัน

 "อาการป่วยของผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์เม็กซิโกนั้น จะไม่แตกต่างจากผู้ที่ป่วยด้วยโรคไข้หวัดทั่วๆ ไป ต้องนำมาแยกเชื้อดูในห้องปฏิบัติการ จึงสามารถบอกได้ และยาโอเซลทามิเวียร์สามารถรักษาได้ แต่ต้องรับยาภายใน 48 ชั่วโมง ขณะที่อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคไข้หวัดทั่วไปนั้นน้อยมากๆ อาจอยู่เพียงแค่ 1% ต่อผู้ป่วยหมื่นราย" น.พ.ยงกล่าว

น.พ.ยง กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจเชื้อไวรัสไข้หวัดตัว H มีทั้งหมด 16 ชนิด N มี 9 ชนิด เกิดจากการผสมกัน ดังนั้น H 1 N 1 ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ประเภทใด รวมถึงคนก็มีเชื้อชนิดนี้ทั้งสิ้น แต่เชื้อ H1 N1 ที่ระบาดในประเทศไทยนั้น เป็นเพียงไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ไม่ได้มีการกลายพันธุ์ ขณะที่เชื้อ H1 N1 ในหมูก็มีอยู่แล้ว เป็นไข้หวัดในหมูที่ไม่มีความรุนแรง อย่างไรก็ตาม เชื้อไวรัสนี้จะมีการพัฒนาตนเองต่อเนื่อง ซึ่ง H1 N1 สายพันธุ์เม็กซิโกเป็นไวรัสที่เกิดการกลายพันธุ์จริงๆ ไม่เคยพบมาก่อน ดังนั้นสรุปได้ว่า เชื้อไวรัสที่กำลังแพร่ระบาดขณะนี้ เป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่ที่พบในคนประเทศเม็กซิโก อเมริกา และแคนาดา

ชี้แนวโน้มระบาดใหญ่
น.พ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาฯ กล่าวว่า เท่าที่ติดตามสถานการณ์คิดว่า การแพร่ระบาดทั่วโลกมีแนวโน้มเป็นไปได้ เพราะเท่าที่ดูอัตราการติดเชื้อและแพร่ระบาด ตลอดจนจำนวนผู้เสียชีวิตเป็นไปอย่างรวดเร็ว เริ่มมีรายงานผู้ป่วยในเดือนมีนาคม จนถึงขณะนี้ เพียงระยะเวลาแค่ 2 เดือนมีผู้เสียชีวิตล่าสุดแล้วกว่าร้อยคน และจากการเฝ้าติดตามภาวะโรคยังพบว่า ระยะเวลาการดำเนินโรคยังเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ได้รับเชื้อไม่นาน ก็เกิดภาวะปอดบวมจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

อีกทั้งผู้ที่เดินทางเข้าประเทศยังเป็นเรื่องยากที่จะคัดกรองผู้ที่อาจติดเชื้อ เนื่องจากผู้ป่วยที่เป็นพาหะนำโรคนั้นจะยังอยู่ระยะที่มีการป่วยที่ไม่รุนแรง คือ 1-7 วันก่อนปรากฏอาการ อาจจะมีลักษณะคล้ายกับคนเป็นหวัดธรรมดาทั่วไป อาทิเช่น เจ็บคอ เป็นต้น ไม่จำเป็นต้องมีไข้สูง หรือเป็นไข้หวัดชัดเจนก็แพร่เชื้อไวรัสได้ ดังนั้น เราจึงไม่สามารถรับรู้ได้ว่า ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศจะเป็นโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่หรือไม่

"เท่าที่ติดตามภาวะโรค ถือว่าน่ากลัว เพราะว่าในเม็กซิโกมีผู้เสียชีวิตในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพราะเมื่อวันเสาร์ (25 เม.ย.) มีรายงานผู้เสียชีวิต 50 ราย และวันต่อมาเพิ่มเป็น 80 ราย และเท่าที่ทราบขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้แล้วกว่า 100 ราย แต่ในสหรัฐ แม้ว่าจะมีรายงานผู้ป่วยแต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะได้รับยาโอเซลทามิเวียร์ในการรักษาได้ทันท่วงทีหรือไม่"

น.พ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขพยายามให้เรียกชื่อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ว่า ไข้หวัดเม็กซิโก แทนโรคไข้หวัดหมูนั้น เพื่อลดความตื่นตระหนก แต่ก็ไม่ควรตัดประเด็นนี้ออกไป เพราะนักวิชาการหลายคนต่างเห็นตรงกันในประเด็นนี้ แม้ว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้จะมีการพัฒนาตนเองจนสามารถติดต่อจากคนสู่คนโดยไม่ต้องผ่านหมูแล้วก็ตาม

แผนรับมือ"สกัดก่อนระบาด"
 น.พ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ โฆษกกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวแผนรับมือในประเทศไทยภายหลังองค์การอนามัยโลกได้ออกประกาศเตือนที่เรียกว่า "ภาวะฉุกเฉินระดับนานาชาติ" ซึ่งเคยประกาศครั้งสุดท้ายเมื่อครั้งมีการระบาดโรคซาร์ส ในปี 2545-2546 แต่หลังจากนั้น ไม่เคยมีออกประกาศเตือนในระดับนี้อีก แม้แต่ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก ซึ่งการเตือนเช่นนี้หมายความว่า ขอให้ทุกประเทศมีการเตรียมพร้อม เป็นการยกระดับมาตรการการเฝ้าระวังและป้องกัน

กระทรวงสาธารณสุขเตรียมพร้อมแล้ว มีการวางมาตรการป้องกันและเฝ้าระวัง รวมถึงการจัดเตรียมเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิในร่างกายเพื่อตรวจหาผู้ป่วยที่ต้องสงสัย โดยเป็นเครื่องวัดความร้อนในร่างกายในสนามบินนานาชาติทุกแห่งไว้แล้ว แต่ยังไม่จำเป็นต้องมีการใช้มาตรการกักตัวผู้เข้าข่ายต้องสงสัยว่าอาจได้รับเชื้อเช่นเดียวกับโรคซาร์ส เพียงแต่เตือนให้ทราบและเฝ้าระวัง

"การคัดกรองผู้ป่วยไข้หวัดเม็กซิโก ประวัติโรคเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากใครที่อยู่เมืองไทยมาตลอด ไม่ได้ออกไปนอกประเทศ ไม่ต้องคิดถึงไข้หวัดเม็กซิโก แต่หากเป็นผู้ที่พึ่งเดินทางกลับมาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาด และมีอาการไข้ภายใน 7 วัน จะให้อยู่ในข่ายต้องสงสัยไว้ก่อน ซึ่งจะมีการเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจหาเชื้อเพื่อยืนยัน ซึ่งจะทราบผลภายใน 24-48 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ก็จะมีการให้ยาโอเซลทามิเวียร์รักษาไปเลย ไม่ต้องรอผลจากห้องปฏิบัติการ" น.พ.คำนวณ กล่าวและว่า

แม้ว่าไข้หวัดสายพันธุ์เม็กซิโกจะมีการแพร่ระบาดที่เร็วมาก ซึ่งใน 1-2 เดือนพบผู้ป่วยกว่า 1,000 ราย แต่มีความรุนแรงของโรคไม่มาก โดยมีอัตราการเสียชีวิตเพียง 6% ต่างจากโรคไข้หวัดนกที่มีการแพร่ระบาดในวงจำกัด แต่มีอัตราการเสียชีวิตสูงมากถึง 60% ขณะที่ไข้หวัดทั่วๆ ไป จะเสียชีวิตเพียงแค่ 0.5% เท่านั้น

ส่วนการจัดแบ่งระดับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ องค์การอนามัยโลกแบ่งเป็น 6 ระดับ คือ ระดับที่ 1 จะมีการแพร่ระบาดในสัตว์ก่อน ระดับที่ 2 เริ่มมีการแพร่จากสัตว์ป่าสู่สัตว์พื้นบ้าน ระดับ 3 เริ่มแพร่ระบาดจากสัตว์มาสู่คนวงจำกัด ระดับที่ 4 อาจเกิดการแพร่จากคนสู่คนได้ง่ายขึ้น และกว้างขวาง ระดับ 5 เกิดการระบาดข้ามประเทศ และระดับที่ 6 คือ ระดับสุดท้ายหมายถึงการแพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้ว

 

http://www.bangkokbiznews.com

Comment

Comment:

Tweet

มันจะมาบ้านเรารึเปล่า

ดูแลตัวเองด้วยนะครับ

#1 By Clepsydra:: on 2009-05-04 09:55